การ เสริมคาง เป็นหนึ่งในศัลยกรรมความงามที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวยาว
มีมิติ และสมส่วนมากขึ้น แต่หนึ่งในปัญหาหรือความกังวลใจที่หลายคนมักพบหลังจากการเสริมคางไปแล้วระยะหนึ่ง
คือ อาการ "ซิลิโคนลอย" ซึ่งนอกจากจะทำให้ทรงคางดูไม่เป็นธรรมชาติแล้ว ยังอาจนำไปสู่ปัญหาคางเบี้ยวเอียงในอนาคตได้
วันนี้ Le Chome Clinic จะพาไปเจาะลึกถึงสาเหตุที่แท้จริงว่า เสริมคางแล้วซิลิโคนลอย เกิดจากอะไร?
เราจะสังเกตอาการนี้ได้อย่างไรบ้าง และมีแนวทางป้องกันหรือแก้ไขอย่างไรให้ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุด
อาการ "ซิลิโคนลอย" หลังเสริมคาง เป็นอย่างไร?
คางดูเป็นก้อนชัดเจน : บริเวณปลายคางมีรอยต่อของซิลิโคนนูนขึ้นมา มองเห็นเป็นขอบหรือเป็นก้อนแยกออกจากแนวกรามอย่างชัดเจน
จับแล้วขยับได้ : เมื่อใช้มือสัมผัสเบาๆ จะรู้สึกว่าซิลิโคนเลื่อนไปมา ซ้ายขวา หรือขยับขึ้นลงได้ ไม่เกาะติดกับฐานกระดูก
เวลายิ้มหรือพูด คางดูผิดรูป : เมื่อมีการขยับกล้ามเนื้อใบหน้า ซิลิโคนคางจะถูกดึงให้เคลื่อนที่ตามไปด้วย ทำให้คางดูเบี้ยว เอียง หรือย้อยผิดปกติ
เสริมคางแล้วซิลิโคนลอย เกิดจากอะไร?
1. การวางซิลิโคนผิดชั้น (ไม่ได้วางใต้เยื่อหุ้มกระดูก)
นี่คือสาเหตุอันดับต้นๆ ของปัญหาซิลิโคนลอย ในทางปฏิบัติ การเสริมคางที่ให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติและแน่นหนา แพทย์จะต้องวางซิลิโคนไว้ "ใต้เยื่อหุ้มกระดูก" (Subperiosteal Plane) เพราะเยื่อหุ้มกระดูกจะทำหน้าที่คล้ายสเตย์รัดให้ซิลิโคนแนบสนิทไปกับกระดูกคาง แต่หากมีการวางซิลิโคนตื้นเกินไป เช่น วางไว้ในชั้นกล้ามเนื้อ ซิลิโคนจะไม่มีโครงสร้างที่แข็งแรงมาช่วยยึดเกาะ ทำให้ซิลิโคนสามารถเคลื่อนตัวและลอยขยับได้ง่ายเมื่อกล้ามเนื้อทำงาน
2. การเหลาซิลิโคนไม่พอดีกับฐานกระดูก
โครงสร้างกระดูกคางของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน หากซิลิโคนที่นำมาใช้เสริมไม่ได้รับการประเมินและเหลาปรับแต่ง (Customize) ให้รับกับความโค้งของฐานกระดูกคางเดิมอย่างพอดี จะเกิดช่องว่างระหว่างกระดูกกับซิลิโคน ทำให้ซิลิโคนไม่ล็อกติดกับกระดูกและเกิดอาการลอยในที่สุด
3. ขนาดของซิลิโคนใหญ่หรือยาวเกินไป
การเลือกใช้ซิลิโคนที่ฝืนเนื้อเดิมมากเกินไป หรือยาวเกินกว่าที่ฐานกระดูกจะรองรับได้ จะทำให้เกิดแรงตึงที่ผิวหนังและกล้ามเนื้อสูง เมื่อเวลาผ่านไป กล้ามเนื้อที่ถูกรั้งจะพยายามดันซิลิโคนให้เคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งเดิม ส่งผลให้ซิลิโคนลอยหรือเลื่อนลงมาเป็นคางแม่มด (คางย้อย) ได้
4. การดูแลตัวเองในช่วงพักฟื้น
พฤติกรรมหลังการผ่าตัดก็มีส่วนสำคัญ ในช่วง 1-3 เดือนแรกที่ร่างกายกำลังสร้างเนื้อเยื่อมาหุ้มซิลิโคน (Capsule) หากผู้รับบริการเผลอไปเท้าคางบ่อยๆ นอนคว่ำทับบริเวณคาง หรือเกิดอุบัติเหตุกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ก็อาจทำให้ซิลิโคนที่ยังไม่รัดตัวดีเคลื่อนออกจากตำแหน่งที่แพทย์วางไว้ได้
วิธีป้องกันและแนวทางการแก้ไขปัญหาซิลิโคนลอย
การป้องกันก่อนทำ: ควรศึกษาข้อมูลและเลือกปรึกษาแพทย์ที่มีความรู้ความเข้าใจในโครงสร้างกายวิภาค (Anatomy) ของใบหน้าเป็นอย่างดี เพื่อให้แพทย์ประเมินโครงสร้างกระดูก เลือกระยะการเสริมที่ปลอดภัย และใช้เทคนิคการวางซิลิโคนใต้เยื่อหุ้มกระดูก
การแก้ไข (งานแก้คาง): สำหรับผู้ที่มีปัญหาซิลิโคนลอยไปแล้ว แพทย์มักจะแนะนำให้ทำการ "ผ่าตัดแก้คาง" โดยแพทย์จะทำการนำซิลิโคนเก่าออก เลาะพังผืดที่ผิดปกติ และปรับพื้นที่บริเวณฐานกระดูกใหม่ จากนั้นจึงทำการเหลาซิลิโคนชิ้นใหม่ให้พอดีกับฐานกระดูก และจัดวางเข้าไปในชั้น ใต้เยื่อหุ้มกระดูก อย่างถูกต้อง เพื่อให้ซิลิโคนล็อกแน่น ไม่กลับมาลอยอีก
ปรึกษาปัญหาศัลยกรรมคาง ที่ Le Chome Clinic
การเสริมคางให้สวยงาม เป็นธรรมชาติ และอยู่ได้ยาวนานโดยไม่เกิดปัญหาซิลิโคนลอย
ต้องอาศัยการวิเคราะห์รูปหน้าเฉพาะบุคคลและเทคนิคทางการแพทย์ที่ถูกต้อง
ที่ Le Chome Clinic เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ
แพทย์ของเราพร้อมให้คำปรึกษา ประเมินโครงสร้างใบหน้าอย่างละเอียดก่อนการตัดสินใจทำศัลยกรรม
เพื่อเลือกรูปทรงคางและเทคนิคที่เหมาะสมกับโครงหน้าของคุณมากที่สุด พร้อมให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา
หากคุณกำลังมีความกังวลเรื่องซิลิโคนคางลอย คางเบี้ยวเอียง หรือสนใจอยากเสริมคาง สามารถทักเข้ามา
เพื่อจองคิวปรึกษาแพทย์ที่ Le Chome Clinic ได้เลยค่ะ ทีมงานของเราพร้อมดูแลและให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่คุณเสมอ
ติดต่อสอบถาม หรือจองคิวประเมินรูปหน้ากับแพทย์ (ฟรี) :
📍 พิกัด: LE CHOME CLINIC (MRT ห้วยขวาง ทางออก 3 เดินเพียง 10 นาที)
📞 โทร: 062-936-6441
💬 LINE Official: @Lechomeclinic
🌐 Website: https://lechomeclinics.com/
ข้อควรระวัง: ผลลัพธ์ของการศัลยกรรมความงามหรือการทำหัตถการ ขึ้นอยู่กับโครงสร้างทางกายภาพ สภาพผิว และการดูแลตัวเองหลังรับบริการของแต่ละบุคคล ควรศึกษาข้อมูลและปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ